วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

accessหน้ารู้

การใช้คำสั่ง IIF ใน Access โดยแสดงในรูปแบบของฟอร์ม
เมื่อเรามีความต้องการที่จะให้โปรแกรมทำการตัดสิน ใจ โดยเราสามารถกำหนดรูปแบบการตัดสินใจหรือข้อแม้ในการปฏิบัติโดยเริ่มจากการ กำหนดว่าถ้าเป็นจริงให้ปฎิบัติิอย่างไร ถ้าเป็นเท็จปฏิบัติอย่างไรใครที่ใช้ Excel อยู่ก็จะเข้าใจคำสั่งกลุ่มนี้ดีซึ่งจะมีลักษณะโครงสร้่างคำสั่งคล้ายๆกัน เช่นในกรณีการคิดคะแนนสอบว่าผ่านหรือไม่ผ่านเช่นตั้งแต่ 50% ขึ้นไปผ่าน ต่ำกว่า 50% ไม่ผ่านมาลองทำกันเลยดีกว่าครับเพื่่อไม่เป็นการเสียเวลา

ไมโครซอฟท์แอคเซส (Microsoft Access) คือ โปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูล มีตารางเก็บข้อมูลและสร้างแบบสอบถามได้ง่าย มีวัตถุคอนโทลให้เรียกใช้ในรายงานและฟอร์ม สร้างมาโครและโมดูลด้วยภาษาเบสิก เพื่อประมวลผลตามหลักภาษาโครงสร้าง สามารถใช้โปรแกรมนี้เป็นเพียงระบบฐานข้อมูลให้โปรแกรมจากภายนอกเรียกใช้ก็ ได้
ไมโครซอฟท์แอคเซส (Microsoft Access) ต่างกับ วิชวลเบสิก (Visual Basic) หรือ
วิชวลเบสิกดอทเน็ต (Visual Basic .Net)
เพราะ วิชวลเบสิกไม่มีส่วนเก็บข้อมูลในตนเอง แต่สามารถพัฒนาโปรแกรมได้หลากหลาย เช่น พัฒนาโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์ โปรแกรมประยุกต์ทางวิทยาศาสตร์ เกมส์ หรือเชื่อมต่อกับระบบฐานข้อมูลภายนอก เป็นภาษาที่เหมาะกับการพัฒนาโปรแกรมประยุกต์ (Application) ส่วนไมโครซอฟท์แอคเซสเหมาะสำหรับนักพัฒนาระบบฐานข้อมูลที่ไม่ต้องการโปรแกรม ที่ซับซ้อน ความสามารถของโปรแกรมที่สำคัญคือสร้างตาราง แบบสอบถาม ฟอร์ม หรือรายงานในแฟ้มเดียวกันได้ ด้วยคุณสมบัติพื้นฐานและวิซซาร์ดจึงอำนวยให้พัฒนาโปรแกรมให้แล้วเสร็จได้ใน เวลาอันสั้น มีเครื่องมือที่อำนวยความสะดวกในการพัฒนาระบบฐานข้อมูลอย่างครบถ้วที่ 6 : กรณีศึกษาระบบฐานข้อมูล พร้อม MDB file
  • แฟ้มสำหรับนำไปทดสอบ tchmdb97.zip 72 KB



  • แฟ้มสำหรับนำไปฝึก จัดตารางสอบ timetabling.zip 11 KB



  • ประกอบด้วย ข้อมูลการลงทะเบียน ข้อมูลวิชา และข้อจำกัด
  • กรณีศึกษา ระบบรับ-ส่ง สินค้า



  • : พัฒนาขึ้นอย่างง่าย ๆ ตามโจทย์ที่คุณสุวิทย์ ได้มาจากการเรียนปริญญาโทที่พะเยา
  • กรณีศึกษา ระบบบันทึกเวลาเข้า ออกงาน



  • : ไม่ใช้ปุ่ม แต่ใช้ร่วมกับเครื่องอ่านบัตร เลือกบันทึกการเข้า ออกงาน อัตโนมัติ อย่างง่ายมาก ๆ เพราะมี form เดียวเท่านั้น (ต่อมาเพิ่มรายงานเข้าไป 2 รายงานที่ดึงข้อมูลจาก query เพื่อทำรายงาน คนมา และคนที่ไม่มา)
  • กรณีศึกษา บันทึกเวลา ร่วมกิจกรรม



  • : ฟอร์มเดียว ตารางเดียว จะได้ให้นักศึกษาใช้บัตร Barcode เดินเข้ามารูด เพื่อบันทึกการร่วมกิจกรรม เจ้าหน้าที่ก็จะ copy แฟ้มไปใช้ในโปรแกรมอื่น ๆ ต่อไป
  • กรณีศึกษา คำนวณอายุ และปีไทย



  • : แสดงการทำงานร่วมกับ form และ query โดยใช้ text box เป็นตัวเลือก criteria และเรียกฟังก์ชันโดยตรงจาก module ที่สร้างขึ้นในส่วนกลาง
    1. กรณีศึกษา regists.zip
      : ระบบบันทึกข้อมูลนักเรียนอย่างง่าย มีการใช้ form ที่ปิดการแสดงผล หรือ logo ของ MS Access ในระดับหนึ่ง แสดงการเรียนรายงาน เลือกข้อมูล Sub form และการใช้ Query ให้ดูเป็นระบบที่สวยงาม ผมทำไว้เตรียมสอนให้นักศึกษาทำ project ลักษณะนี้ได้อย่างง่าย ๆ เหมาะกับจอกว้าง 8 นิ้ว สูงประมาณ 6.3 นิ้ว
    2. กรณีศึกษา db4order.zip 13 KB
      : เก็บตารางเกี่ยวกับการสั่งซื้ออย่างง่าย สอดคล้องกับใน /mysql และ /learn/sader.htm
      orderm : คำว่า m ย่อมาจาก main หมายถึง ข้อมูลการสั่งซื้อของแต่ละใบ ถ้ามี 3 ใบ ก็จะมี 3 ระเบียนในตารางนี้
      orderd : คำว่า d ย่อมาจาก detail หมายถึง ข้อมูลรายละเอียดการสั่งซื้อ เช่นใบสั่ง 3 ใบ อาจสั่งสินค้า 6 รายการ แฟ้มนี้อาจมี 6 ระเบียน
      pro : คำว่า pro ย่อมาจาก product หมายถึง ข้อมูลจำนวนสินค้า อาจมีสินค้าเป็น 1000 รายการ แฟ้มนี้ก็จะเก็บ 1000 ระเบียน
      cust : คำว่า cust ย่อมาจาก customer หมายถึง ข้อมูลจำนวนลูกค้า อาจมีลูกค้าเป็น 1000 รายการ แฟ้มนี้ก็จะเก็บ 1000 ระเบียน
    3. 2548-05-13 กรณีศึกษา teachgov1.mdb 136 KB (ประกอบการอบรมข้าราชการ)
      : พฤษภาคม 48 นำบทเรียนนี้มาปัดฝุ่น เพิ่มเรื่องระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับ การทำ denormalization สำหรับนำไปใช้ทำรายงานได้ทันที และใช้เวลาในการอบรมมากขึ้น (18 ชั่วโมง 3 วันติดกัน) จึงเตรียมเนื้อหาแยกเป็น 8 หน่วย ให้ชัดเจนขึ้น
      : ตุลาคม 47 ใช้เวลา 10 ชั่วโมง วันละ 2 ชั่วโมง เน้นให้สามารถออกแบบตาราง ให้กับหน่วยงานของตนได้ แม้จะทราบว่าการเขียน Access ได้จะต้องเข้าใจเรื่อง ระบบฐานข้อมูล การเขียนโปรแกรมเบื้องต้น MIS และ MS Access แต่ข้อจำกัดเรื่องเวลา จึงเตรียมไว้เท่านี้ก่อน
      gov : govid, govname และ salary : yr, govid, salary
      ตัวอย่างใช้งานทั้ง table, query, form, report, macro และ module
      โดยเน้นการสั่งงานหลักจาก form ชื่อ

    บล็อก

    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

    สำหรับความหมายอื่นของ บล็อก ดูได้ที่ บล็อก (แก้ความกำกวม)
    บล็อก (อังกฤษ: blog) เป็นคำรวมมาจากคำว่า เว็บล็อก (อังกฤษ: weblog) เป็นรูปแบบเว็บไซต์ประเภทหนึ่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นในลำดับที่เรียงตามเวลาในการเขียน ซึ่งจะแสดงข้อมูลที่เขียนล่าสุดไว้แรกสุด บล็อกโดยปกติจะประกอบด้วย ข้อความ ภาพ ลิงก์ ซึ่งบางครั้งจะรวมสื่อต่างๆ ไม่ว่า เพลง หรือวิดีโอในหลายรูปแบบได้ จุดที่แตกต่างของบล็อกกับเว็บไซต์โดยปกติคือ บล็อกจะเปิดให้ผู้เข้ามาอ่านข้อมูล สามารถแสดงความคิดเห็นต่อท้ายข้อความที่เจ้าของบล็อกเป็นคนเขียน ซึ่งทำให้ผู้เขียนสามารถได้ผลตอบกลับโดยทันที คำว่า "บล็อก" ยังใช้เป็นคำกริยาได้ซึ่งหมายถึง การเขียนบล็อก และนอกจากนี้ผู้ที่เขียนบล็อกเป็นอาชีพก็จะถูกเรียกว่า "บล็อกเกอร์"
    บล็อกเป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหลากหลายขึ้นอยู่กับเจ้าของบล็อก โดยสามารถใช้เป็นเครื่องมือสื่อสาร การประกาศข่าวสาร การแสดงความคิดเห็น การเผยแพร่ผลงาน ในหลายด้านไม่ว่า อาหาร การเมือง เทคโนโลยี หรือข่าวปัจจุบัน นอกจากนี้บล็อกที่ถูกเขียนเฉพาะเรื่องส่วนตัวหรือจะเรียกว่าไดอารีออนไลน์ ซึ่งไดอารีออนไลน์นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นของการใช้บล็อกในปัจจุบัน นอกจากนี้ตามบริษัทเอกชนหลายแห่งได้มีการจัดทำบล็อกของทางบริษัทขึ้น เพื่อเสนอแนวความเห็นใหม่ใหักับลูกค้า โดยมีการเขียนบล็อกออกมาในลักษณะเดียวกับข่าวสั้น และได้รับการตอบรับจากทางลูกค้าที่แสดงความเห็นตอบกลับเข้าไป เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์
    เว็บค้นหาบล็อกเทคโนราที ได้อ้างไว้ว่าปัจจุบันในอินเทอร์เน็ต มีบล็อกมากกว่า 112 ล้านบล็อกทั่วโลก [1]

    ความ นิยม

    บล็อกได้เริ่มมีบทบาทมากขึ้นในปัจจุบันในวงการสื่อมวลชนในหลายประเทศ เนื่องจากระบบแก้ไขที่เรียบง่าย และสามารถตีพิมพ์เรื่องราวได้โดยไม่ต้องใช้ความรู้ในการเขียนเว็บไซต์ โดยนอกเหนือจากที่ผู้เขียนข่าวส่งผลงานให้กับทางสื่อแล้ว ยังได้มาเขียนข่าวในอีกช่องทางหนึ่งในการเผยแพร่ข้อมูล หรือแนวความคิด โดยการเขียนบล็อกสามารถเผยแพร่ข้อมูลสู่ประชาชนได้รวดเร็วและเสียค่าใช้จ่าย น้อยกว่า สื่อในด้านอื่น ข่าวที่นิยมในการเขียนบล็อกต่อสื่อมวลชน ส่วนใหญ่จะเป็นในลักษณะเรื่องซุบซิบวงการดารา ข่าวการเคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นต้น
    จากความนิยมที่มากขึ้น ทำให้หลายเว็บไซต์เปิดให้มีส่วนการใช้งานบล็อกเพิ่มขึ้นมาในเว็บของตนเอง เพื่อเรียกให้มีการเข้าสู่เว็บไซต์มากขึ้นทั้งผู้เขียนแล

    การ ใช้งานบล็อก

    ผู้ใช้งานบล็อกจะแก้ไขและบริหารบล็อกผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์เหมือนการใช้งานและอ่าน เว็บไซต์ทั่วไป โดยจะมีรูปแบบบริหารบล็อกที่แตกต่างกัน เช่นบางระบบที่มีบรรณาธิการของบล็อก ผู้เขียนหลายคนจะส่งเรื่องเข้าทางบล็อก และจะต้องรอให้บรรณาธิการอนุมัติให้บล็อกเผยแพร่ก่อน บล็อกถึงจะแสดงผลในเว็บไซต์นั้นได้ ซึ่งจะแตกต่างจากบล็อกส่วนตัวที่จะให้แสดงผลได้ทันที
    ผู้เขียนบล็อกในปัจจุบันจะใช้งานบล็อกในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งไม่ว่า ติดตั้งซอฟต์แวร์ของตัวเอง หรือใช้งานบล็อกผ่านทางเว็บไซต์ที่ให้บริการบล็อก
    สำหรับผู้อ่านบล็อกจะใช้งานได้ในลักษณะเหมือนอ่านเว็บไซต์ทั่วไป และสามารถแสดงความเห็นได้ในส่วนท้ายของแต่ละบล็อกโดยอาจจะต้องผ่านการลง ทะเบียนในบางบล็อก นอกจากนี้ผู้อ่านบล็อกสามารถอ่านบล็อกได้ผ่านระบบฟีด ซึ่งมีให้บริการในบล็อกทั่วไป ทำให้ผู้ใช้สามารถอ่านบล็อกได้โดยตรง ผ่านโปรแกรมตัวอื่นโดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาสู่หน้าบล็อกนั้น
    ะผู้อ่าน

    วันพุธที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2554

    Excel หน้ารู้

    Microsoft Excel 2010 ทำให้สามารถวิเคราะห์ จัดการ และใช้ข้อมูลร่วมกันได้ด้วยวิธีการที่มากขึ้นกว่าที่เคย ซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างชาญฉลาดและดีมากยิ่งขึ้น เครื่องมือการวิเคราะห์และการแสดงข้อมูลแบบใหม่จะช่วยคุณติดตามและเน้นให้ เห็นแนวโน้มข้อมูลที่สำคัญ ในระหว่างเดินทางคุณสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญได้อย่างง่ายดายจากแทบทุก เว็บเบราว์เซอร์หรือสมาร์ทโฟน1 คุณยังสามารถอัปโหลดแฟ้มของคุณไปยังเว็บและทำงานไปพร้อมกันกับผู้อื่นแบบอ อนไลน์ได้ ไม่ว่าคุณกำลังทำรายงานการเงินหรือจัดการค่าใช้จ่ายส่วนตัว Excel 2010 จะช่วยให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นเพื่อการบรรลุเป้าหมายของคุณ

    ทำการเปรียบเทียบได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

    Excel 2010 มีคุณลักษณะและเครื่องมือใหม่ๆ ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้คุณค้นพบรูปแบบหรือแนวโน้มต่างๆ ที่จะช่วยให้ตัดสินใจด้วยความเข้าใจที่มากขึ้นและยังเพิ่มความสามารถของคุณ ในการวิเคราะห์ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ได้ด้วย
    • รับการสรุปข้อมูลของคุณแบบเป็นภาพโดยใช้แผนภูมิขนาดเล็กที่อยู่ภายใน เซลล์เคียงข้างข้อมูลข้อความของคุณพร้อมด้วยเส้นแบบปหน้าที่การใช้งานของตัวแบ่งส่วนข้อมูลแบบใหม่ช่วยให้คุณสามารถกรอง
ข้อมูลได้จำนวนมาก
      ระกายไฟแบบใหม่เมื่อคุณบันทึกเอกสารในไลบรารีบนไซต์ SharePoint ขององค์กรของคุณ คุณและผู้ร่วมงานของคุณจะมีตำแหน่งที่ตั้งส่วนกลางสำหรับการเข้าถึงเอกสาร นั้น
      เมื่อต้องการใช้เอกสารร่วมกัน คุณสามารถส่งการเชื่อมโยงแทนที่การส่งสิ่งที่แนบ ดังนั้น คุณจึงรักษาเอกสารเพียงชุดเดียว ถ้าผู้อื่นต้องการตรวจทานแก้ไข พวกเขาเหล่านั้นจะกระทำในเอกสารชุดเดียวกัน โดยจะไม่ต้องมีการทำเอกสารหลายรุ่นและหลายสำเนาให้ต้องสอดคล้องกัน
      SharePoint ยังสามารถตรวจสอบรุ่นของเอกสารได้ ในกรณีที่คุณจำเป็นต้องรับเอกสารรุ่นก่อนหน้า คุณยังสามารถเลือกที่จะรับการแจ้งให้ทราบทางอีเมล เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับเอกสาร
      คุณสามารถใช้คุณลักษณะการทำงานร่วมกันอื่นๆ ได้ ทั้งนี้ขึ้นกับรุ่นของ SharePoint ที่องค์กรของคุณใช้ ถ้าองค์กรของคุณใช้ SharePoint 2010 การเก็บเอกสารในไลบรารี SharePoint จะทำให้คุณแก้ไขเอกสารร่วมกับผู้อื่นในเวลาเดียวกันได้ใน Microsoft Word 2010 หรือ Microsoft PowerPoint 2010 นอกจากนั้น ถ้ามีการกำหนดค่า Office Web Apps ไว้ คุณสามารถใช้เว็บเบราว์เซอร์ของคุณดูและแก้ไขเอกสาร Word, Excel, PowerPoint และ OneNote ได้ และคุณสามารถแก้ไขแฟ้ม Excel และ OneNote ร่วมกับผู้อื่นในเวลาเดียวกันได้ในเบราว์เซอร์
    • คลิกแท็บ แฟ้ม แล้วคลิก บันทึก & ส่ง
    • คลิก บันทึกไปยัง SharePoint
    • คลิก เรียกดูตำแหน่งที่ตั้ง
    หมายเหตุ     ถ้าคุณกำลังบันทึกเอกสารลงในตำแหน่งที่ตั้ง SharePoint ที่คุณเคยใช้บันทึกแล้ว ให้คลิกที่ชื่อดังกล่าว
    1. ในกล่อง ชื่อแฟ้ม ให้พิมพ์ที่อยู่เว็บของไลบรารีเอกสาร เช่น http://fabrikam/shared documents แล้วกด ENTER
    2. พิมพ์ชื่อแฟ้มแล้วคลิก บันทึก

      วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553

      เพิ่มคำอธิบายภาพ
      สารประกอบไนโตรเจนมีความสำคัญต่อตู้ปลาทะเลอย่างไร
      นักเลี้ยงตู้ทะเลทุกคน มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องทำความรู้จักกับสารประกอบประเภทไนโตรเจน เนื่องจากมันเกี่ยวพันถึงความสำเร็จ หรือ ความอยู่รอดของ ปลา หรือ สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่ท่านเลี้ยงทีเดียว
      ไนโตรเจน เป็นธาตุหมู่ 5 เช่นเดียวกับ ฟอสฟอรัส ซึ่งประกอบไปด้วยอิเล็คตรอนจำนวน 7 ตัว และมี อิเล็คตรอนที่เป็นตัวก่อพันธะหลัก ๆ อยู่ 5 ตัว ( สามารถหาอ่านได้จากหนังสือเคมีทั่วไป )
      ไนโตรเจน ถูกแทนชื่อด้วย อักษร N ในตารางธาตุ ย่อมาจาก Nitrogen และไนโตรเจนในโลกนี้ มีลักษณะการดำรงอยู่คือ เป็น ส่วนประกอบในอากาศ ถึง เกือบ 79 % และเป็นไนโตรเจนที่เป็นรูปทั้งสารอนินทรีย์และสารอินทรีย์ ( Inorganic and Organic )
      วัฏจักร ก็ คือการเปลี่ยนแปลง หมุนเวียน จากจุดหนึ่งไปสู่จุดหนึ่ง และกลับมาจุดเดิม ดังนั้น วัฏจักรไนโตรเจน จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงของไนโตรเจนในรูปแบบต่าง ๆ จนกลับมาสู่จุดเดิม
      ทำไมนักเลี้ยงจึงต้องรู้จักสารประกอบไนโตรเจนด้วย?
      เพราะว่าอย่างที่รู้กันในข้างต้นว่า ไนโตรเจนเป็นสารประกอบทั้งสารอนินทรีย์และสารอินทรีย์ ไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบหนึ่งในสารอินทรีย์โดยเฉพาะกรดอะมิโน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหนึ่งของโปรตีน ที่เป็นอาหารที่เราให้กับปลาของเรา ขณะเดียวกัน ไนโตรเจนก็ยังเป็นส่วนประกอบของก๊าซแอมโมเนีย และ ก๊าซไซยาไนด์ ที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตหลายชนิด ดังนั้น หากเราไม่ทำความเข้าใจ ก็จะเกิดปรากฏการณ์ที่เราไม่สามารถเลี้ยงปลาให้อยู่รอดในตู้ได้ นั่นก็คือโรคตู้ใหม่ หรือ New Tank Syndrome ซึ่งเป็นอาการที่นักเลี้ยงหน้าใหม่มักจะประสบ และทำให้ปลาตายจนท้อไปหลายคน แต่อาการเหล่านี้ป้องกันได้ด้วยการศึกษาก่อนลงมือทำ
      อาหาร ---> แอมโมเนีย ---> ปลาตาย
      ดังนั้นหากเราต้องการเลี้ยงปลาให้อยู่รอด เราจึงต้องทำการกำจัดแอมโมเนีย ทิ้งไป แล้วปลาจะไม่ตาย
      อาหาร ---> แอมโมเนีย ---> ปลาไม่ตาย
      แต่วิธีการกำจัดแอมโมเนียออกไปเฉย ๆ โดยไม่มีที่มาที่ไปนั้น เป็นเพียงในนิยาย ในความเป็นจริง การกำจัดแอมโมเนียออกไป จึงมีกรรมวิธีมากกว่านั้น คือ
      • เอาอาหารออกไป
      • เอาแอมโมเนียออกไป
      • เปลี่ยนรูปแอมโมเนียไปเป็นตัวอื่น
      วิธีการที่เอาอาหารออกไป ก็คือ การลดอาหาร ซึ่งจะทำให้ปลาขาดอาหาร และอีกวิธีคือเอาผลผลิตจากอาหาร ( ก็คือ ขี้ปลา ) ออกไป โดยการใช้ระบบกรองที่มีการนำออก เช่น สกิมเมอร์ หรือใยแก้ว ที่เปลี่ยนบ่อย ๆ แต่วิธีการทั้งสองอย่าง ก็ไม่สามารถกำจัดขี้ปลาออกได้ 100 % ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นแอมโมเนีย
      จึงต้องมีการนำแอมโมเนียออกไปจากระบบ ( เช่นการใช้ตัวดูดซับแอมโมเนีย ) และเช่นเดียวกัน วิธีนี้ก็เหมือนวิธีแรก คือได้ผลไม่ครบ 100% ดังนั้น เราจึงต้องใช้หลายวิธีด้วยกัน และ ส่วนที่เหลืออยู่ของแอมโมเนียและอาหาร ก็คือ การเปลี่ยนรูปแอมโมเนีย ไปเป็นตัวอื่น ก็คือ อาศัยขั้นตอนที่อยู่ในวัฏจักรไนโตรเจนนั่นเอง

      ตัวอย่างวัฏจักรอย่างง่ายของสารประกอบไนโตรเจน ( ภาพวาดแสดงเพื่อทำความเข้าใจ ยังไม่ซับซ้อนเท่าของจริง ในธรรมชาติ)

      วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

        ทุ่งทานตะวัน ตั้งอยู่ที่บริเวณเขตติดต่อระหว่าง จังหวัดลพบุรี และ จังหวัดสระบุรี ตามเส้นทางสายพัฒนานิคม-วังม่วง มีการทำไร่ทานตะวันกันมากในช่วงฤดูหนาวราวเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม ริมฝั่งถนนจะสะพรั่งไปด้วยสีเหลืองทองอร่าม งดงามกว้างไกลสุดสายตาของดอกทานตะวัน บานชูช่อเป็นที่สะดุดตาแก่ผู้ผ่านมาบริเวณนี้เป็นอย่างมาก



      ทุ่งทานตะวัน
      ทุ่งทานตะวัน

      จังหวัดลพบุรี 

                สำหรับจังหวัดลพบุรีมีการปลูกทานตะวันมากที่สุดในประเทศไทย คือ ประมาณ 200,000 – 300,000 ไร่ ดอกทานตะวันจะบานสะพรั่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน – มกราคม โดยแหล่งที่ปลูกทานตะวัน จะกระจายอยู่ทั่วไปในเขตอำเภอเมือง อำเภอพัฒนานิคม อำเภอชัยบาดาล พื้นที่ที่ปลูกเป็นจำนวนมาก ได้แก่ บริเวณเขาจีนและใกล้วัดเวฬุวันตำบลโคกตูมอำเภอเมือง การเดินทางลพบุรี ใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน (ลพบุรี - สระบุรี) ถึงกิโลเมตรที่ 4 เลี้ยวซ้าย ไปตามทางหลวงหมายเลข 3017 (ทางไปตำบลโคกตูม) ระยะทางประมาณ 8 กม. จะถึงทางเข้าวัดเวฬุวัน (ด้านซ้ายมือ) เลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 2 กม. จะถึงทุ่งทานตะวัน สำหรับรถโดยสารประจำทาง มีรถสองแถวลพบุรี - วังม่วง ผ่านทางเข้าวัดเวฬุวัน รถออกจากสถานีขนส่งลพบุรี ระหว่างเวลา 06.20 - 17.00 น.

      กุหลาบแห่งรัก

      ความสำคัญทางเศรษฐกิจ

      กายวิภาคของกุหลาบ
      กุหลาบเป็นไม้ตัดดอกที่มีการปลูกเป็นการค้ากันแพร่หลายทั่วโลกมานานแล้ว กุหลาบเป็นไม้ตัดดอกที่มีการซื้อขาย เป็นอันดับหนึ่งในตลาดประมูลอัลสเมีย ประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นตลาดประมูลไม้ดอก ที่ใหญ่ที่สุดของโลก เมื่อ พ.ศ. 2542 มีการซื้อขายถึง 1,672 ล้านดอก และมักจะมียอดขายสูงสุดในประเทศต่าง ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับไม้ดอกชนิดอื่น ๆ โดยประเทศที่ปลูกกุหลาบรายใหญ่ของโลกได้แก่ อิตาลี เนเธอร์แลนด์ สเปน สหรัฐอเมริกา โคลัมเบีย เอกวาดอร์ อิสราเอล เยอรมนี เคนยา ซิมบับเว เบลเยียม ฝรั่งเศส เม็กซิโก แทนซาเนีย และมาลาวี เป็นต้น
      ปัจจุบันประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกกุหลาบตัดดอกประมาณ 5,500 ไร่ กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ แหล่งปลูกที่สำคัญได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ตาก นครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี และกาญจนบุรี มีการขยายตัวของพื้นที่มากที่สุดใน อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งปัจจุบันประมาณว่ามีพื้นที่การผลิตถึง 3,000 ไร่ เนื่องจาก อ.พบพระ มีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม พื้นที่ไม่สูงชัน และค่าจ้างแรงงานต่ำ (แรงงานต่างชาติ) การผลิตกุหลาบในประเทศไทยอาจแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะคือ การผลิตกุหลาบในเชิงปริมาณ และการผลิตกุหลาบเชิงคุณภาพ การผลิตกุหลาบเชิงปริมาณ หมายถึงการปลูกกุหลาบในพื้นที่ขนาดใหญ่ หรือปลูกในพื้นที่ราบ ซึ่งจะให้ผลผลิตมีปริมาณมาก แต่ผลผลิตไม่ได้คุณภาพ เช่น ดอกและก้านมีขนาดเล็ก มีตำหนิจากโรคและแมลง หรือการขนส่ง อายุการปักแจกันสั้น ทำให้ราคาต่ำ การผลิตชนิดนี้ต้องอาศัยการผลิตในปริมาณมากเพื่อให้เกษตรกรอยู่ได้ ส่วนการผลิตกุหลาบในเชิงคุณภาพ นิยมปลูกในเขตภาคเหนือ และบนที่สูง โดยปลูกกุหลาบภายใต้โรงเรือนพลาสติก ในพื้นที่จำกัด มีการจัดการการผลิตและการปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวที่ดี ใช้แรงงานที่ ชำนาญ ทำให้กุหลาบที่ได้มีคุณภาพดี และปักแจกันได้นาน ตลาดของกุหลาบคุณภาพปานกลางถึงต่ำ (ตลาดล่าง) ในปัจจุบันถึงขั้นอิ่มตัว เกษตรกรขายได้ราคาต่ำมาก ส่วนตลาดของกุหลาบที่มีคุณภาพสูง (ตลาดบน) ผลผลิตในประเทศยังไม่เพียงพอ และขาดความต่อเนื่อง ทำให้ยังต้องนำเข้าดอกกุหลาบจากต่างประเทศ เช่น เนเธอร์แลนด์ และมาเลเซีย เป็นต้น
      ประเทศไทยมีศักยภาพในการผลิตกุหลาบคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง หากแต่จะต้องผลิตในพื้นที่ที่เหมาะสม คือพื้นที่สูงมากกว่า 800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล หากปลูกในที่ราบจะได้คุณภาพดีในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น ดังนั้นการผลิตกุหลาบมีแนวโน้มเพิ่มพื้นที่การผลิตบนที่สูงมากขึ้น